เครือข่ายประมงพื้นบ้านแถลงการณ์ สนับสนุนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ กรณีการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายการประมง และขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเที่ยงตรง หลังกลุ่มเรือประมงผิดกฎหมาย 80 คน พบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้ช่วยเหลือ
..................................................
วันที่ 11 ก.ค.2562 ที่สำนักงานประมงจังหวัดสตูล ตัวแทนเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล โดยนายอนันต์ มารามาศ พร้อมคณะเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน แถลงการณ์ต่อนายโสภณ อ่อนคง หัวหน้าประมงจังหวัดสตูลก่อนมอบหนังสือเปิดผนึกให้ โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยใจความระบุว่า การแถลงการณ์ในครั้งนี้ เรื่อง สนับสนุนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ กรณีการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายการประมง และขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเที่ยงตรง
พร้อมกล่าวว่า เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล ได้มีการยื่นหนังสือกับผู้ว่าราชจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เรื่องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับเรือประมงอวนลากเล็กที่เข้าข่ายการทำผิดกฎหมาย และส่งผลต่อการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งขัดกับประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2515 ที่ห้ามการใช้เครื่องมือประมงอวนลากในเขตชายฝั่งทะเล
พร้อมแถลงการณ์ว่า เช้าวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 หลังจากการยื่นหนังสือดังกล่าว ทราบว่าเจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจฯ329 จำนวน 7 นาย สังกัด นปท.เกาะหลีเป๊ะ สตูล ศปท.เขต 3 กระบี่ เข้าทำการตรวจจับการทำประมงด้วยเครื่องมืออวนลากแผงตะเฆ่ ที่กำลังทำการอยู่จำนวน 40-50 ลำ จึงเข้าทำการจับกุมได้ 1 ลำ พร้อมผู้กระทำความผิด 2 ราย ยังความไม่พอใจให้กลุ่มเรือดังกล่าวจึงได้พร้อมกันเดินทางด้วยเรือติดตามเจ้าหน้าที่มาชุมนุมอยู่ที่ร่องน้ำคลองปากบารา เพื่อเรียกร้องเจ้าหน้าที่ให้ปล่อยตัวคนและเครื่องมือที่ใช้กระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเรือเหล่านั้นที่เข้ามาทำประมงผิดกฎหมายจำนวนหนึ่งมาจากจังหวัดสงขลา ตรัง และกระบี่รวมอยู่ด้วย หากแต่หลังจากนั้นได้นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูลเดินทางเข้ามาเจรจา เพื่อให้ยุติการปิดเส้นทางเดินเรือ พร้อมกับรับปากว่าจะให้ตัวแทนกลุ่มประมงดังกล่าวเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดในวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 (คือวันนี้)
ทางเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล ต้องขอชื่นชมและขอให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมมือกันอย่างแข็งขันในครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการออกมากดดันเจ้าหน้าที่ในรูปแบบดังกล่าวเพื่อหวังจะเปลี่ยนสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นถูก และไม่เห็นด้วยที่กลุ่มดังกล่าวจะเข้าพบเพื่อเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือกับตัวแทนฝ่ายความมั่นคงในจังหวัดสตูล จึงขอเรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ประมงจังหวัด และฝ่ายความมั่นคงจังหวัดสตูล โปรดดำเนินการให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นการทำลายบรรทัดฐานทางสังคมและการปกครองอย่างไม่อาจยอมรับได้ ขณะเดียวกันเราขอประณามการใช้อำนาจนอกระบบต่อเรื่องนี้เพียงเพื่อการปกป้อง หรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีเหตุผล
ในโอกาสนี้พวกเราเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูลขอประกาศว่า เราจะเฝ้าติดตามสถานการณ์ และการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และพร้อมจะออกมาแสดงสิทธิอย่างพร้อมหน้าในฐานะสุจริตชนหากพบว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อปกป้องไว้ซึ่งทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ยังคงอยู่อย่างยั่งยืนยาวนานถึงลูกหลานต่อไป
ขณะที่วันเดียวกันที่ศาลากลางจังหวัดสตูล นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูลได้ประสานให้ทางกลุ่มประมงเรืออวนลากเล็ก ได้พบกับทางการจังหวัดสตูล หลังวานนี้กลุ่มได้ใช้วิธีการปิดร่องน้ำปากบารา เพื่อให้ทางจังหวัดสตูลได้พบกันแทนที่วิธีปิดร่องน้ำ ที่จะนำมาสู่ภาพลักษณ์จังหวัดที่เสียหายได้
ดังนั้นกลุ่มประมงพื้นบ้านตำบลแหลมสน และตำบลใกล้เคียง ร่วม 80 คนมอบหมายให้นายมุดตาด ไชยศักดิ์ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลผ่านนายศักดา วิทยาศิริกุล รองผวจ.สตูลและพ.อ.สุระ แก้วไพโรจน์ รอง รมน.ฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความเดือดร้อนจาก พ.ร.บ.ประมง เรือชาวบ้านโดนจับกุมด้วยกฎหมายออกมาบังคับใช้ในวันที่ 10 ก.ค.2562 มีเรือของเจ้าหน้าที่ตรวจประมงเข้ามาจับกุมทำให้ชาวประมงเรือลากเลือกเดือดร้อนมากเพราะช่วงมรสุมชาวประมงพื้นบ้านออกไปหากินนอกชายฝั่งไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงมรสุม ซึ่งช่วงมรสุมนี้จะมีกุ้งเข้ามาในอ่าวแหลมสนประมาณ 2 เดือน ชาวประมงก็ต้องทำการประมงเรือลากเล็กแต่ออกไปทำการประมงก็โดนจับกุม สร้างความเดือดร้อน ให้กับครอบครัวและชาวประมงเป็นอย่างมาก อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาหาแนวทางให้กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือลากเล็กได้มีที่ทำกิน
จากนั้นได้เชิญตัวแทนชาวประมงเรือลากเล็ก 15 คน นำโดยนายเจ๊ะย่าหยา สาเบด ผู้ใหญ่บ้านบุโบย หมู่ที่ 3 ต.แหลมสน อ.ละงู ร่วมหาแนวทางให้ภายใต้กรอบของกฎหมาย ก่อนจะสรุปให้ศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องเสนอต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหา เนื่องจากเรื่องของเรือประมงอวนลากเล็กเป็นเรื่องที่กระทำโดยใช้เครื่องมือโดยผิดกฎหมาย ซึ่งต้องให้รัฐบาลเป็นคนแก้ไข และขอให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องมือทำกินมาถูกกฎหมาย
Credit : ส่องใต้นิวส์




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น